ร้านขายยานอนหลับ

นายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง  พร้อมด้วยนายวงศ์วิทย์ อัครวโรทัย สาธารณสุขอำเภอเบตง นำเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบร้านขายยาในเขตเทศบาลเมืองเบตง ว่ามีการจำหน่ายยา ประเภทอันตราย ที่ถือเป็นยาต้องห้ามภายในร้านหรือไม่ โดยเฉพาะยาอีทิโซแลม (Etizolam) เป็นยานอนหลับชนิดใหม่ระบาดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง   กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านขายยาในพื้นที่ ไม่พบตัวยาต้องห้ามไม่พบการกระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด  โดยเฉพาะกลุ่มยานอนหลับไม่มีขายตามร้านขายยา รวมถึงตามสถานบันเทิงต่างๆ  พร้อมเน้นย้ำกับเภสัชเจ้าของร้านขายยาว่าอย่านำยาที่ไม่ได้รับอนุญาตมาจำหน่าย ซึ่งหากทำผิดกฎหมายหรือลักลอบจำหน่ายจะทำการลงโทษทันที และจะถอนใบอนุญาติทันที พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ด่านอาหารและยาอำเภอเบตง ตรวจสอบการนำเข้าตัวยาต้องห้ามดังกล่าว เข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งอาจจะมีการนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน

ด้านนายวงศ์วิทย์ อัครวโรทัย สาธารณสุขอำเภอเบตง เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางสสจ.ยะลา ได้ออกมาเปิดเผยว่า มีการพบยานอนหลับชนิดใหม่ระบาดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  คือยา อีทิโซแลม (Etizolam) เป็นยานอนหลับ หรือยาคลายกังวล อยู่ในกลุ่มยาอัลฟาโซแลม และยาไดอาซีแฟม เป็นยาชนิดใหม่ระบาดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งยาตัวนี้ยังไม่ถูกบรรจุในตำรับยาของประเทศไทย  ทั้งนี้ ผู้ปกครองควรจะสังเกตตัวเม็ดยา มีลักษณะสีส้ม ที่ควรจะสังเกตอาการของบุตรหลานว่ามีอาการที่แปลกไปกว่าปกติหรือไม่ เช่น ง่วง ซึม เบลอ อยู่ตลอดเวลา ก็ต้องระวัง เพราะฤทธิ์ยาชนิดนี้ หากใช้เกินขนาดมาก อาจจะทำให้ถึงเสียชีวิตได้

ปิดคลีนิคขายยานอนหลับ

พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ สมุทรปราการ  พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกันนำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าทำการตรวจค้นคลินิกแพทย์เสรี ซอยด่านสำโรง ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้งว่า ที่คลินิกดังกล่าวลักลอบจำหน่ายยาเวชภัณฑ์ โดยที่แพทย์ไม่ได้สั่งจ่าย ซึ่งถือว่าเป็นความผิดเกี่ยวกับวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518   เจ้าหน้าที่ สามารถคุมตัว นางสาว พิกุล อาจดีลัง อายุ 26 ปี พนักงานประจำคลินิก พร้อมของกลางยานอนหลับ โดมิคุม  ขนาด 15 MG จำนวน 5 เม็ด พร้อมทั้งควบคุมตัว นายเสรี สิริเศรษฐ์ แพทย์เจ้าของคลินิก มาทำการสอบสวน ในฐานะเจ้าของสถานประกอบการ จากการสอบสวน นางสาว พิกุล พนักงานประจำคลินิก สารภาพว่า เป็นคนนำยานอนหลับชนิดดังกล่าวขายให้แก่สายลับที่เจ้าหน้าที่ส่งเข้าไปทำการล่อซื้อจริง โดยที่ แพทย์ไม่ได้เป็นคนสั่งจ่าย ในราคาเม็ดละ 40 บาท 5 เม็ด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาต่อ นางสาวพิกุล พนักงานประจำคลินิก ว่า จำหน่ายวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท มีความผิดตาม พ.ร.บ อาหารและยา พ.ศ.2518 มาตรา 89 ระวางโทษจำคุก 5 ปี- 20 ปี ปรับตั้งแต่ 100,000 – 400,000 บาท ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป